Road to riches ends for 20 million Chinese poorเส้นทางไปสู่ความร่ำรวยของคนจนชาวจีน 20 ล้านคนจบสิ้นไปแล้ว
JING SHI, China (CNN) -- Tang Hui and his family prospered as migrant workers during China's economic boom, earning จิงชี,ประเทศจีน (ซีเอ็นเอ็น)—ถัง หุ่ย และความรุ่งเรืองของครอบครัวของเขาในฐานะเป็นคนงานที่อพยพเข้ามาในเมืองใหญ่ในช่วงที่มีความ รุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจของจีน $10,000 a year: enough to build a house, send a cousin to school and pay for his grandmother's medical bills. ด้วยรายได้ 10000 ดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเพียงพอที่จะสร้างบ้านหลังหนึ่ง,ส่งเสียลูกๆให้ได้เรียนหนังสือและจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้กับย่าของเขา But those good days are over. The family's cash earnings have evaporated, snatched away by a manufacturing crash แต่วันที่ดีๆเหล่านั้นมันหายไปหมดแล้ว รายได้ของครอบครัวสูญสลายไป,ถูกกระชากออกไปด้วยการล่มสลายด้านอุตสาหกรรมการผลิต cascading across China caused by falling global demand for its goods. ที่กำลังตกต่ำไปทั่วประเทศจีนอันมีสาเหตุมจากการตกลงของความต้องการสินค้าจีนไปทั่วโลก The nine people in the Tang family are facing an income of zero; their best hope to survive is to grow rice and raise pigs at คนเก้าคนในครอบครัวถังกำลังเจอกับการไม่มีรายได้เลย ; ความหวังที่ดีที่สุดของพวกเขาที่จะมีชีวิตรอดได้คือการทำนาปลูกข้าว home in the Sichuan Mountains. และเลี้ยงหมูที่บ้านในหุบเขาซีฉวน
"Farming is really hard. It needs a lot of hard labor," says 22-year-old Tang Hui, who lost his manufacturing job four months “เกาตรกรรมนั้นเป็นงานที่หนักจริงๆ มันจำเป็นต้องใช้แรงงานหนักมาก” ถัง หุ่ย อายุ 22 ปี ผู้ซึ่งตกงานจากโรงงานมาสี่เดือนแล้ว กล่าว ago. "None of the young people want to farm nowadays. The income is extremely low." “ทุกวันนี้ไม่มีคนหนุ่มสาวคนใดอยากที่จะทำการเกษตร รายได้มันต่ำมาก” A Chinese proverb says: "Going on the road to Sichuan is as hard as going to heaven." Isolated and mountainous, Sichuan is ภาษิตบทหนึ่งของจีนบอกว่า “การเดินไปบนถนนสู่เมืองซีฉวนนั้นมันยากเหมือนการเดินทางไปสวรรค์” ซีฉวนเป็นเมืองที่แยกออกมาโดดเดี่ยว China's third most populous province; 60 percent of its 87 million residents are poor and live in the countryside, authorities say. และอยู่บนภูเขาและเป็นจังหวัดที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดเป็นอันดับสาม It became the nation's biggest source of the 130 million farmers who migrated into Chinese cities, especially in the south, to มันได้กลายมาเป็นแหล่งที่ใหญ่ที่สุดของชาวนาจีน 130 ล้านคนที่ย้ายถิ่นเข้าไปในเมืองต่างๆของจีน,โดยเฉพาะในทางตอนใต้, provide cheap labor for factories that churned out products, mainly for export to the United States. The province was also เพื่อที่จะเป็นแรงงานราคาถูกๆให้กับโรงงานต่างๆที่ผลิตสินค้า,ที่ส่วนใหญ่ส่งออกไปสหรัฐ จังหวัดนี้ยังได้ rocked last May by a massive earthquake that killed tens of thousands of people. ถูกเขย่าด้วยแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อเดือนพฤาภาคมที่แล้วทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน Five years ago, Tang Hui left for southern Guangdong province to work in a factory producing handbags and backpacks. He เมื่อห้าปีที่แล้ว, ตัง หุ่ย ได้เดินทางมายังจังหวัดกวงดงที่อยู่ทางใต้เพื่อที่จะทำงานในโรงงานที่ผลิตกระเป๋าถือและเป้สะพายหลัง เขา had to drop out of high school because his family was so poor. ต้องออกจากโรงเรียนเพราะครอบครัวของเขายากจนมาก There, he earned enough to stash away savings for his wedding. But last October, just days after he got married, his ที่นั่น,เขาหาเงินได้เพียงพอที่จะสะสมไว้เพื่อการแต่งงานของเขา แต่เมื่อเดือนตุลาคมที่แล้ว,ไม่กี่วันหลังจากที่เขาแต่งงาน factory abruptly closed down. It was receiving no more orders from its American clients. โรงงานทีเขาทำงานอยู่ได้ปิดตัวลงอย่างฉับพลัน โรงงานไม่ได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากลูกค้าชาวอเมริกา "I hope the government can help us during this crisis," he says. "I hope it won't be like this for too long. Now, there is not even “ฉันหวังว่ารัฐบาลจะสามารถช่วยพวกเราได้ในระหว่างวิกฤตินี้ เขากล่าว “ผมหวังว่ามันจะไม่เป็นเช่นนี้ไปอีกยาวนานเกินไป ขณะนี้(ผม)ไม่มีแม้ enough money to celebrate the holidays." เงินเพียงพอที่จะฉลองวันหยุดต่างๆ” At least he was able to spend the most important Chinese holiday of the year, the Spring Festival, at home in Qingbadong อย่างน้อยที่สุดเขาก็ได้ใช้ชีวิตในวันหยุดที่สำคัญที่สุดแห่งปีของชาวจีน,เทศกาลในไม้ผลิ, ที่บ้านในหมู่บ้านควิงบาดอง village. The road uphill to the village was muddy and slippery. The winter rice fields were brown; the slopes were covered in winter ถนนที่ขึ้นเขาไปสู่หมู่บ้านนี้เป็นโคลนและลื่น ทุ่งนาในฤดูหนาวนั้นมีสีน้ำตาล; ความสูงชันนี้ปกคลุมไปด้วยหมอกของฤดูหนาว fog. "In two, three months," Tang Hui says, "everything will be green and blooming." “ในอีกสอง,สามเดือน” ถัง หุ่ย กล่าว “ทุกๆอย่างจะเขียวชอุ่มและบานสพรั่ง” And the festive mood -- the first time in six years the whole family celebrated the holiday together -- was short-lived. และอารมณ์ของการเฉลิมฉลอง—ครั้งแรกในรอบหกปีที่ทั้งครอบครัวมาฉลองวันหยุดด้วยกัน--เกิดขึ้นช่วงสั้นๆ Reality is never far away. Many of the villagers are unemployed. The Tang's next-door neighbors, a married couple, lost their ความจริงนั้นไม่เคยไกลออกไปเลย ชาวบ้านจำนวนมากนั้นตกงาน เพื่อนบ้านถัดไปของถัง,คู่ที่แต่งงานคู่หนึ่ง,ตกงาน jobs in a Guangdong shoe factory after working there for 16 years. จากโรงงานทำรองเท้าในกวางดง หลังจากที่ทำงานที่นั่นมา 16 ปี "A few months without jobs would be disastrous for us," Tang Hui frets. “สองสามเดือนที่ไม่มีงานทำจะเป็นหายนะของพวกเรา” ถัง หุ่ยกังวล Before they ventured out as migrants, the Tangs lived in a wooden shack. Now, they live in a two-story brick house, with 10 ก่อนที่จะผจญภัยออกไปในฐานะผู้อพยพ(เข้าเมือง),ครอบครัวถังอาศัยอยู่ในกระท่อมที่ทำจากไม้, ขณะนี้, พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านอิบสองชั้น rooms, concrete floors, an open fire pit for cooking. Still, it has no running water and one outdoor latrine. ,มีสิบห้อง,พื้นเป็นคอนกรีต,มีหลุมไฟเปิดเพื่อทำอาหาร, แต่ยังคง,ไม่มีน้ำปะปา และ มีส้วมหลุมอยู่ด้านนอกอันหนึ่ง In the past months, about 70,000 factories nationwide have closed. Beijing official Chen Xiwen estimates about 20 million เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่าน,โรงงานเกือบ 70000 แห่งทั่วประเทศได้ปิดตัวลง เจ้าหน้าที่ของจีน เช็น ซีเว็น ประเมินว่าคนงานอพยพประมาณ migrant workers have lost jobs. Tens of thousands of villages in the countryside depend on migrant workers' income. ยี่สิบล้านคนได้ตกงานไปแล้ว ชาวบ้านหลายแสนคนในชนบทพึงพารายได้ของคนงานอพยพนี้ China analysts say the spike in unemployment has caught China off guard. "The central government is now telling local ผู้วิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศจีนกล่าวว่าเหล็กแหลมในการว่างงานทำให้จีนพลั้งเผลอ “ขณะนี้รัฐบาลกลางได้สั่งให้ governments to provide help and job training, re-employment," says Wenran Jiang, a political science professor and China รัฐบาลท้องถิ่นให้ความช่วยเหลือและให้การฝึกอบรมด้านอาชีพ,กลับมาจ้างงานใหม่” เว็นราน เจียง ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์และ expert at Canada's University of Alberta. ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศจีนของมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตาของแคนาดา กล่าว Vice Minister of Commerce Jiang Zengwei says China is offering "a one-off subsidy of 100-150 yuan ($15 to $22) to 74 million รัฐมนตรีช่วยพานิชย์นายเจียง เซ็งวาย กล่าวว่า ประเทศจีนกำลังเสนอ” การช่วยเหลือแบบให้ครั้งเดียวเป็นเงิน 100-150 หยวน (15-22 ดอล- low-income people ... for temporary relief." Still, it will take some time before such measures make a difference. ลาร์ให้กับคนที่มีรายได้น้อยจำนวน 74 ล้านคน..เพื่อเป็นการบรรเทาชั่วคราว” มันยังคงต้องใช้เวลาสักพักที่มาตรการใดๆจะทำให้เกิดสิ่งที่ต่าง ออกไป(จากที่เป็นอยู่) Some analysts have suggested that a "rural revolution" is imminent amid the economic turmoil. However, Wenran Jiang says นักวิเคราะบางคนได้แนะว่า”การปฏิวัติท้องถิ่น”ครั้งหนึ่งกำลังใกล้จะเกิดขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม, เว็นราน เจียง such talk is premature. But he also says the central government must do more in the coming months. กล่าวว่าการกล่าวแบบนั้นมันยังเร็วเกินไป แต่เขายังได้กล่าวว่ารัฐบาลกลางจะต้องดำเนินการมากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่กำลังมาถึง "Many migrant workers have lived a very hard and simple life," he says. "They have some savings for a rainy day like this, so “คนงานอพยพจำนวนมากมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากและเรียบง่าย” เขากล่าว “พวกเขามีเงินเก็บบางส่วนไว้สำหรับช่วงที่ยากลำบากเช่นนี้, in the short-term they may be able to cope -- but if eight or 12 months later things continue to deteriorate, it could turn ดังนั้นในระยะสั้นนี้พวกเขาอาจจะรับมือได้—แต่ถ้าอีกแปดหรือสิบสองเดือนหลังจากนี้สถานการณืยังคงทรุดโทรมต่อไป,มันจะเปลี่ยนไปเป็น volatile." เหตุประทุได้” Most farmers like the Tangs do not get social security. So villagers who lost factory jobs have few choices except go back to ชาวนาส่วนใหญ่นั้นเหมือนกับครอบครัวถังคือไม่มีประกันสังคม ดังนั้นชาวบ้านผู้ที่ตกงานจากโรงงานจะมีทางเลือกน้อยมากยกเว้นกลับไป farming. But it is not easy. ทำเกษตรกรรม แต่มันไม่ง่าย Farming feeds people but brings little cash. Millions of the jobless are second-generation migrant workers, young people who เกษตรกรรมนั้น(เป็นอาชีพที่)เลี้ยงดูผู้คนแต่ได้เงินน้อย คนตกงานหลายล้านคนนั้นเป็นรุ่นลูกของคนงานอพยพ, เป็นคนหนุ่มสาวซึ่ง grew up in cities. เติบโตมาในเมือง "It would be very hard," says Tang Hui. "I have never farmed. I don't know how to do it." “มันจะเป็นสิ่งที่ยากมาก”ถัง หุ่ยกล่าว “ผมไม่เคยทำนา ผมไม่รู้ว่าจะทำมันอย่างไร” To cope, China is creating training programs in the countryside. One of the pilot centers is in Chongqing municipality. Some เพื่อที่จะรับมือ,จีนกำลังสร้างโครงการฝึกอบรมต่างๆในชนบท หนึ่งในศูนย์นำร่องคือเทศบาลนครชองควิง 30,000 workers have so far taken classes in farming, farming machinery repairs, tailoring and other vocational skills. The คนงาน 30000 คนได้เข้าเรียนในวิชาเกษตรกรรม,การซ่อมแซมเครื่องจักรการเกษตร,การตัดเย็บและทักษะพิเศษอื่นๆ trainees got a one-time incentive of about $45. ผู้เข้าอบรมจะได้เงินเพื่อเป็นการจูงใจแบบให้ครั้งเดียว 45 ดอลลาร์ But the Tangs have never heard about such programs. When asked about the central government's plan to invest billions of แต่ครอบครัวถังไม่เคยรับรู้เกี่ยวกับโครงการใดๆเลย เมื่อถูกถามถึงเรื่องแผนการณ์ของรัฐบาลกลางที่จะลงทุนเป็นเงิน dollars in countryside infrastructure as a part of a huge stimulus package, they expressed anger. หลายพันล้านดอลลาร์ในการสร้างสาธารณูปโภคในเขตชนบทซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่ใหญ่โตมโหฬาร, พวกเขาแสดง อาการโกรธ "The central government has good ideas and intentions, but the local officials often ignore them. The road in our village was “รัฐบาลกลางนั้นมีความคิดและควมตั้งใจที่ดี,แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมักจะเพิกเฉยต่อสิ่งเหล่านั้น ถนนในหมู่บ้านของเรา built by the local government but we had to pay for it. Every family had to pay $100 or more. We get nothing from the นั้นสร้างโดยรัฐบาลท้องถิ่นแต่เรายังต้องจ่ายเงินเพื่อสร้างมัน ทุกๆครอบครัวต้องจ่ายเงิน 100 ดอลลาร์หรือมากกว่านั้น พวกเราไม่ได้อะไร government," says Hui's father, Tang Zhong Min. จากรัฐบาล “ ถัง ซ่ง พ่อของหุ่ย กล่าว In the evening, the family huddles around an open wood stove. The stove and a small portable electric heater are the only ในตอนเย็น, ครอบครัวนี้มารวมกันที่รอบเตาไม้ที่เปิด เตานี้และเครื่องทำความร้อนไฟฟ้าแบบพกพาเครื่องเล็กเครื่องหนึ่ง sources of warmth during the cold winter nights. A flickering fluorescent lightbulb barely lights the room. เท่านั้นที่เป็นแหล่งให้ความอบอุ่นในระช่วงกลางคืนของฤดูหนาวที่หนาวเหน็บ หลอดไฟฟลูออร์เรสเซ็นต์ที่กำลังริบหรี่ๆนั้นส่องแสงสลัวๆให้กับ ห้องนี้ Tang Hui's wife, Li Xiaochun, is 21 years old. She used to cut leather in a textile factory, and will soon head back to ภรรยาของตัง หุ่ย คือ ลี เซาฉาน อายุ 21 ปี เธอเคย(ทำงาน)ตัดหนังในโรงงานสิ่งทอแห่งหนึ่ง,และ จะกลับไป Guangdong with her husband to search for work. กวางดองกับสามีของเธอเพื่อหางานทำในเร็ววันนี้ "I think to be at home is better. I didn't get used to living outside. I didn't get used to Guangdong. It is better at home," she “ฉันคิดว่าอยู่ที่บ้านนั้นดีกว่า ฉันไม่เคยชินที่จะอยู่ที่อื่น ฉันไม่เคยชินกับกวางดอง อยู่บ้านดีกว่า” เธอกล่าว says. Tang Hui then interrupts. "Of course, I also like it at home, but it is better in other places. Coming home is only good during the ตัง หุ่ย ได้แย้งว่า “แต่ก็เหอะ,ผมก็ชอบที่บ้านนี่เหมือนกัน,แต่ที่อืนๆมันดีกว่า การกลับมาอยู่บ้านนั้นมันดีเฉพาะในช่วง Spring Festival," he says. เทศกาลฤดูใบไม้ผลิเท่านั้น” เขากล่าว Despite the uncertainty, they remain optimistic. แม้จะมีความไม่แน่นอน,พวกเขาก็ยังมองโลกในแง่ดี "We are young. There must be some factories still open out there. We should be OK to go out and do something," Li Xiaochun “พวกเรายังหนุ่มสาว มันจะต้องมีโรงงานบางแห่งที่ยังคงเปิดอยู่ พวกเราควรพร้อมที่จะออกไปและทำอะไรบางอย่าง “ลี เซ่าฉัน กล่าว says. But Tang Hui's mother is not so convinced. "Of course I am worried. How can they live without jobs, with no money so far แต่แม่ของถัง หุ่ยไม่เห็นด้วย “ยังไงก็เหอะ ฉันกังวล พวกเขาจะอยู่ยังไงโดยไม่มีงานทำ,อยู่ไกลบ้านมากโดยที่ไม่มีเงิน away from home?" asks 46-year-old Hu Xiaoju. "But I will definitely go, too." หู เซ่าจู อายุ 46 ปี ถามขึ้น “แต่ฉันจะไปด้วยอย่างแน่นอน” For the Tangs and millions of others in China, the road to Guangdong and employment may prove even more difficult then the สำหรับครอบครัวถังและคนอื่นๆนับล้านคนในประเทศจีน,ถนนสู่กวางดองและการจ้างงานอาจจะพิสูจน์ได้ว่ายิ่งยากลำบากกว่า proverbial road to Sichuan. ถนนไปสู่ซีฉวนที่เลื่อลือกัน |