Home Hot Line : 0-850-911-999 E-mail : buildingthailand@hotmail.com

ค้นหาในเว็บ...

Home
รวมข่าวทั้งหมดที่แปล
WebBoard
ลงชื่อฟ้องศาลปกครอง
ดาวน์โหลด E-leaning ฟรี!
ระบบแอดมิชชั่นส์
Contact Us
Links
การเข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 11 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด

การพัฒนาการศึกษาแบบชั่วข้ามคืน พิมพ์ ส่งเมล

               ตามที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการศึกษาของประเทศไทยนั้นมีปัญหาอยู่หลายด้านโดยเฉพาะด้านคุณภาพการศึกษาของนักเรียนทั้งในด้านวิชาการและคุณธรรม  และที่แย่ไปกว่านั้นคือจากดัชนีชี้วัดหลายๆตัวบอกให้ทราบว่าเยาชนของไทยกำลังมีคุณภาพทางด้านวิชาการและคุณธรรมที่ต่ำลงเรื่อยๆ เช่น ผลคะแนนเอ็นที(nt), ผลคะแนนเอเน็ตและโอเน็ต  ขณะนี้นักเรียนชั้นม.6 จำนวนมากมีบวกลบเลขเศษส่วนหรือคิดเลขร้อยละไม่เป็นทั้งๆ เป็นหลักสูตรที่ให้เรียนรู้กันตั้งแต่ชั้นป.3-ป.4  เด็กนักเรียนชั้นม.1 จำนวนมากอ่านภาษาไทยไม่ออก  ทั้งๆที่มีความพยายามอย่างเต็มที่จากหลายๆฝ่ายที่จะปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น

       จากการศึกษาและวิเคราะห์ของชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว  พบว่าเหตุของปัญหาคุณภาพทางวิชาการที่ต่ำลงเรื่อยๆนั้น  เกิดจากการที่ผู้ที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาผิดลำดับความสำคัญ   คือแทนที่จะทำสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน กลับไปทำสิ่งที่จำเป็นลำดับท้ายๆก่อน  เมื่อจะปฏิรูปการศึกษานั้นแทนที่จะปฏิรูปการเรียนการสอนในห้องเรียนก่อน กลับไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบกระทรวง,ทบวงหรือกรมต่างๆก่อน  เราใช้เวลาและเงินจำนวนมากไปกับสิ่งที่ไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ  เหมือนคนไข้หัวใจวายมาหาหมอ แต่หมอกลับผ่าตัดทำศัลยกรรมใบหน้าให้ก่อนนั่นเอง           สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนสำหรับการแก้ปัญหาคุณภาพทางด้านวิชาการคือ  การแก้ปัญหาคุณภาพการเรียนการสอนในห้องเรียน  ทุกวันนี้ประสิทธิภาพการเรียนการสอนในห้องเรียนนั้นต่ำมาก  คุณครูก็สอนไปตามแบบของคุณครูซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน  ทำให้คุณภาพการเรียนออกมาไม่เหมือนกันแม้กระทั่งในโรงเรียนเดียวกัน   นักเรียนส่วนใหญ่ก็เอาแต่นั่งคุยกันไม่สนใจการเรียน  ผู้บริหารโรงเรียนบางคนแทบไม่เคยไปสังเกตการณ์สอนของครูในโรงเรียนตนเองเลย

   และที่ผ่านมาเราก็ปรับให้มันแย่ไปกว่านั้นอีกด้วยการให้คุณครูเขียนตำราเอง  เขียนแผนการสอนกันเอง  จนมีครูบางคนไปเข้าใจว่า child center แปลว่าให้นักเรียนเป็นผู้กำหนดว่าจะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้

       วิธีแก้ปัญหาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงสุดและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศคือ  มาตรการ ห้องเรียน  ห้องเรียน   และห้องเรียน   คือการทุ่มทรัพยากรและเวลาส่วนใหญ่ไปที่ห้องเรียน 

      เราควรสรรหาครูที่สอนเก่งที่สุดในวิชานั้นๆสัก 20 คนมาประชุมร่วมกัน ตกลงเนื้อหาที่จะสอน ตกลงวิธีการสอน  แล้วให้ผู้ที่สอนเก่งที่สุดเป็นผู้ลงมือสอนเป็นตัวอย่างแล้วบันทึกเทปส่งไปให้ครูผู้สอนวิชานั้นๆทั่วประเทศ  พร้อมคำสั่งรัฐมนตรีว่าให้สอนแบบนี้  ถ้าสอนไม่ได้หรือไม่ดีเท่าก็ให้เปิดเทปนั้นให้นักเรียนดูแทนการสอนเสียเลยโดยคุณครูเป็นผู้กำกับการเรียนแทนเป็นผู้สอน

     การทำแบบนี้จะทำให้นักเรียนทุกคนในประเทศได้เรียนกับคุณครูที่สอนเก่งที่สุด  และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศในเวลาชั่วข้ามคืน

     ส่วนปัญหาความประพฤติและคุณธรรมของนักเรียนนั้นก็ใช้วิธี เปลี่ยนเหยื่อให้เป็นผู้ล่าแทน  โดยหลักการและเหตุผลที่ว่าการที่เด็กจะมีความประพฤติไม่ดีนั้นไม่ได้เกิดจากตัวเขาเอง  แต่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมที่ปลูกฝังความคิดและค่านิยมให้กับเขา  ไม่ว่าจะเป็นทีวีน้ำเน่า โฆษณายั่วยุ  เพลงที่เนื้อหาไม่ดี  เว็บไซต์แย่ๆ ฯลฯ

    ที่ผ่านมาสังคมเราสนใจเหตุแห่งปัญหานี้ไม่มากเท่าที่ควร รอว่าเมื่อไรมีเด็กประพฤติไม่ดีก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นครั้งๆไป   ชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติเสนอให้กระทรวงศึกษาฯปรับแผนเป็นฝ่ายรุกแทนที่จะตั้งรับ  คือให้บุคคลากรและนักเรียนทั้งหมดเป็นยามเฝ้าระวังปัจจัยที่ไม่ดีต่างๆเหล่านี้  แล้วเมื่อพบเห็นก็ทำการไล่ล่าด้วยการเขียนจดหมายประท้วง,โทรศัพท์ไปประท้วง,รณรงค์ต่อต้าน,บอยคอต,ร้องเรียนผู้เกี่ยวข้อง,ฟ้องร้อง ฯลฯ

    เราเชื่อว่าถ้าคนสิบล้านคนคอยเฝ้าระวังและเป็นผู้ไล่ล่า  ก็จะทำให้ปัจจัยต่างๆ ที่ไม่ดีเหล่านั้นหายไปเกือบหมด    ความประพฤติและคุณธรรมของเยาชนและคนในสังคมจะดีขึ้น 

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ทันข่าว 24 ชั่วโมง