|
การพัฒนาการศึกษาแบบชั่วข้ามคืน |
|
|
ตามที่เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการศึกษาของประเทศไทยนั้นมีปัญหาอยู่หลายด้านโดยเฉพาะด้านคุณภาพการศึกษาของนักเรียนทั้งในด้านวิชาการและคุณธรรม และที่แย่ไปกว่านั้นคือจากดัชนีชี้วัดหลายๆตัวบอกให้ทราบว่าเยาชนของไทยกำลังมีคุณภาพทางด้านวิชาการและคุณธรรมที่ต่ำลงเรื่อยๆ เช่น ผลคะแนนเอ็นที(nt), ผลคะแนนเอเน็ตและโอเน็ต ขณะนี้นักเรียนชั้นม.6 จำนวนมากมีบวกลบเลขเศษส่วนหรือคิดเลขร้อยละไม่เป็นทั้งๆ เป็นหลักสูตรที่ให้เรียนรู้กันตั้งแต่ชั้นป.3-ป.4 เด็กนักเรียนชั้นม.1 จำนวนมากอ่านภาษาไทยไม่ออก ทั้งๆที่มีความพยายามอย่างเต็มที่จากหลายๆฝ่ายที่จะปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น
จากการศึกษาและวิเคราะห์ของชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว พบว่าเหตุของปัญหาคุณภาพทางวิชาการที่ต่ำลงเรื่อยๆนั้น เกิดจากการที่ผู้ที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาผิดลำดับความสำคัญ คือแทนที่จะทำสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนก่อน กลับไปทำสิ่งที่จำเป็นลำดับท้ายๆก่อน เมื่อจะปฏิรูปการศึกษานั้นแทนที่จะปฏิรูปการเรียนการสอนในห้องเรียนก่อน กลับไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบกระทรวง,ทบวงหรือกรมต่างๆก่อน เราใช้เวลาและเงินจำนวนมากไปกับสิ่งที่ไม่ใช่เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกๆ เหมือนคนไข้หัวใจวายมาหาหมอ แต่หมอกลับผ่าตัดทำศัลยกรรมใบหน้าให้ก่อนนั่นเอง สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนสำหรับการแก้ปัญหาคุณภาพทางด้านวิชาการคือ การแก้ปัญหาคุณภาพการเรียนการสอนในห้องเรียน ทุกวันนี้ประสิทธิภาพการเรียนการสอนในห้องเรียนนั้นต่ำมาก คุณครูก็สอนไปตามแบบของคุณครูซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้คุณภาพการเรียนออกมาไม่เหมือนกันแม้กระทั่งในโรงเรียนเดียวกัน นักเรียนส่วนใหญ่ก็เอาแต่นั่งคุยกันไม่สนใจการเรียน ผู้บริหารโรงเรียนบางคนแทบไม่เคยไปสังเกตการณ์สอนของครูในโรงเรียนตนเองเลย และที่ผ่านมาเราก็ปรับให้มันแย่ไปกว่านั้นอีกด้วยการให้คุณครูเขียนตำราเอง เขียนแผนการสอนกันเอง จนมีครูบางคนไปเข้าใจว่า child center แปลว่าให้นักเรียนเป็นผู้กำหนดว่าจะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้ วิธีแก้ปัญหาการเรียนการสอนให้มีคุณภาพสูงสุดและเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศคือ มาตรการ ห้องเรียน ห้องเรียน และห้องเรียน คือการทุ่มทรัพยากรและเวลาส่วนใหญ่ไปที่ห้องเรียน เราควรสรรหาครูที่สอนเก่งที่สุดในวิชานั้นๆสัก 20 คนมาประชุมร่วมกัน ตกลงเนื้อหาที่จะสอน ตกลงวิธีการสอน แล้วให้ผู้ที่สอนเก่งที่สุดเป็นผู้ลงมือสอนเป็นตัวอย่างแล้วบันทึกเทปส่งไปให้ครูผู้สอนวิชานั้นๆทั่วประเทศ พร้อมคำสั่งรัฐมนตรีว่าให้สอนแบบนี้ ถ้าสอนไม่ได้หรือไม่ดีเท่าก็ให้เปิดเทปนั้นให้นักเรียนดูแทนการสอนเสียเลยโดยคุณครูเป็นผู้กำกับการเรียนแทนเป็นผู้สอน การทำแบบนี้จะทำให้นักเรียนทุกคนในประเทศได้เรียนกับคุณครูที่สอนเก่งที่สุด และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศในเวลาชั่วข้ามคืน ส่วนปัญหาความประพฤติและคุณธรรมของนักเรียนนั้นก็ใช้วิธี เปลี่ยนเหยื่อให้เป็นผู้ล่าแทน โดยหลักการและเหตุผลที่ว่าการที่เด็กจะมีความประพฤติไม่ดีนั้นไม่ได้เกิดจากตัวเขาเอง แต่เกิดจากปัจจัยแวดล้อมที่ปลูกฝังความคิดและค่านิยมให้กับเขา ไม่ว่าจะเป็นทีวีน้ำเน่า โฆษณายั่วยุ เพลงที่เนื้อหาไม่ดี เว็บไซต์แย่ๆ ฯลฯ ที่ผ่านมาสังคมเราสนใจเหตุแห่งปัญหานี้ไม่มากเท่าที่ควร รอว่าเมื่อไรมีเด็กประพฤติไม่ดีก็แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นครั้งๆไป ชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติเสนอให้กระทรวงศึกษาฯปรับแผนเป็นฝ่ายรุกแทนที่จะตั้งรับ คือให้บุคคลากรและนักเรียนทั้งหมดเป็นยามเฝ้าระวังปัจจัยที่ไม่ดีต่างๆเหล่านี้ แล้วเมื่อพบเห็นก็ทำการไล่ล่าด้วยการเขียนจดหมายประท้วง,โทรศัพท์ไปประท้วง,รณรงค์ต่อต้าน,บอยคอต,ร้องเรียนผู้เกี่ยวข้อง,ฟ้องร้อง ฯลฯ เราเชื่อว่าถ้าคนสิบล้านคนคอยเฝ้าระวังและเป็นผู้ไล่ล่า ก็จะทำให้ปัจจัยต่างๆ ที่ไม่ดีเหล่านั้นหายไปเกือบหมด ความประพฤติและคุณธรรมของเยาชนและคนในสังคมจะดีขึ้น |