Home arrow รวมข่าวทั้งหมดที่แปล arrow TABLET แจกป.๑ กับคำถามที่กระทรวงศึกษาต้องตอบ Hot Line : 0-850-911-999 E-mail : buildingthailand@hotmail.com

ค้นหาในเว็บ...

Home
รวมข่าวทั้งหมดที่แปล
WebBoard
ลงชื่อฟ้องศาลปกครอง
ดาวน์โหลด E-leaning ฟรี!
ระบบแอดมิชชั่นส์
Contact Us
Links

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด

TABLET แจกป.๑ กับคำถามที่กระทรวงศึกษาต้องตอบ พิมพ์ ส่งเมล

 

TABLET แจกป.๑ กับคำถามที่กระทรวงศึกษาต้องตอบ

เท่าที่ทราบขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังเตรียมที่จะเปิดประมูล TABLET เพื่อแจกนักเรียนตามนโยบายที่พรรคเพื่อไทยได้หาเสียงไว้ โดยมีรายละเอียดคร่าวๆดังนี้

๑.TABLET นี้จะแจกเฉพาะเด็กนักเรียนชั้น ป.๑ ในปีการศึกษา ๒๕๕๕ เท่านั้น

๒.TABLET นี้จะแจกให้นักเรียนชั้น ป.๑ จำนวน ๔ แสนกว่าคนเท่านั้น โดยที่นักเรียนชั้น ป.๑ อีกประมาณ ๓ แสนคนจะไม่ได้รับ โดยใช้หลักเกณฑ์ว่า โรงเรียนที่จะได้รับแจกจะต้องเป็นโรงเรียนที่มีความพร้อมเท่านั้น ซึ่งความพร้อมนี้จะประกอบไปด้วย ต้องมีไฟฟ้าใช้ และต้องเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ เป็นต้น

๓.TABLET นี้ถ้าเป็นนักเรียนโรงเรียนเอกชนจะเอากลับบ้านได้ แต่ถ้าเป็นโรงเรียนรัฐบาลจะต้องเก็บไว้ที่โรงเรียน

๔.TABLET นี้อายุการใช้งานของแบตเตอรีคือ ๑ ปี อายุการใช้งานของเครื่องคือ ๓ ปี

๕.กระทรวงจะนำตำราเรียนส่วนใหญ่ใส่ไว้ในเครื่อง TABLET นี้ โดยจะเหลือตำราเรียนที่เป็นหนังสือจริงเป็นส่วนน้อย

๖.ราคาของเครื่องที่กำหนดไว้คือ ๓,๔๐๐ บาท โดยเครื่องจะมาจากประเทศจีน

    ซึ่งสิ่งนี้จะสร้างผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาและสภาพสังคมเป็นอย่างมาก ผมจึงขอตั้งคำถามให้กระทรวงศึกษาได้ตอบกับประชาชนที่ยังไม่ทราบแผนการดำเนินการโดยละเอียดของกระทรวงดังนี้

๑.ทำไมถึงแจกให้กับเด็ก ป.๑ เท่านั้น เพราะถ้า TABLET นี้มีประโยชน์จริงและมีความเป็นสำหรับการศึกษาของนักเรียนแล้วทำไมถึงไม่แจกนักเรียนในระดับอื่นๆด้วย และถ้ามีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณทำไมไม่แจกให้กับนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาภาคบังคับคือ ม.๓ ก่อน เพราะเด็ก ม.๓ กำลังออกไปสู่สังคมและนำผลจากการศึกษาไปใช้ แต่เด็ก ป.๑ นั้นยังเหลือเวลาอีก ๙ ปีที่จะนำผลจากการศึกษาไปใช้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่ากระทรวงกำลังละเลยเด็ก ป.๒ ถึง ม. ๓ แล้วปล่อยให้ประเทศต้องรออีก ๙ ปีเพื่อจะได้คุณภาพการศึกษาที่ดีขึ้น ใช่หรือไม่

๒.ทำไมถึงแจกให้กับเด็ก ป.๑ แค่ประมาณร้อยละ ๖๐ หรือ สี่แสนกว่าคน แต่ไม่แจกให้นักเรียนอีกประมาณสามแสนคน และถ้าจะใช้เกณฑ์ความพร้อมโดยการดูที่การการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตแล้ว ก็แสดงว่านักเรียนที่จะได้รับ TABLET นี้จะต้องเป็นนักเรียนในเมืองหรือนักเรียนในเขตที่เจริญแล้วเท่านั้น แต่นักเรียนในเขตชนบทห่างไกลจะไม่ได้รับ และโดยข้อเท็จจริงแล้วเด็กในเมืองนั้นก็สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อยู่แล้ว และนักเรียนส่วนมากก็มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านและที่โรงเรียนอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นสิ่งตรงกันข้ามกับที่ควรจะเป็น คือเราควรที่จะพัฒนาโรงเรียนที่ห่างไกลก่อนเพื่อให้การศึกษามีความเท่าเทียมกันทั้งประเทศ และการใช้อินเตอร์เน็ตกับ TABLET ก็ไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นจนขาดเสียไม่ได้ เพราะกระทรวงสามารถใส่โปรแกรมที่ต้องการลงไปในเครื่องตั้งแต่แรกโดยไม่ต้องพึ่งอินเตอร์เน็ตอีก ซึ่งการแจกให้เฉพาะนักเรียนในเขตที่เจริญแล้วนี้จะยิ่งเป็นการเพิ่มช่องว่างของคุณภาพการศึกษาให้มากขึ้น ใช่หรือไม่ 

๓.กระทรวงศึกษาได้ทำวิจัยแล้วหรือยังว่า การที่เด็ก ป.๑ มี TABLET นั้นดีกว่าไม่มี เพราะจากข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์พบว่าเยาวชนส่วนใหญ่ใช้คอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์ ไปในทางบันเทิง เช่น เล่นเกม เล่นfacebook สนทนา ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ มากกว่าจะใช้ในทางวิชาการ และที่น่าเป็นห่วงไปกว่านั้นคือถ้านักเรียนใช้ TABLET นี้ไปเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม เช่น เว็บไซต์ลามก รุนแรง การพนัน หรือเว็บไซต์ที่นำพาความคิดของนักเรียนไปในทางที่ผิดแล้ว กระทรวงฯจะป้องกันหรือแก้ปัญหาอย่างไร

๔.การที่ไม่ยอมให้นักเรียน ป.๑ ในสังกัดของรัฐบาลหรือ สพฐ.นำ TABLET กลับไปใช้ที่บ้านนั้นทำให้ TABLET มีสภาพไม่ต่างอะไรกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่โรงเรียนที่โรงเรียนในเขตเมืองนั้นมีอยู่แล้ว และความสามารถก็สูงกว่า และการที่ไม่ยอมให้นำ TABLET กลับบ้านเท่ากับว่ากระทรวงฯจะจัดซื้อ TABLET โดยละทิ้งคุณสมบัติหลักของ TABLET คือการเคลื่อนย้ายได้สะดวกไป ใช่หรือไม่ แล้วอย่างนี้จะซื้อ TABLET มาเพื่ออะไร และเมื่อนักเรียนกลับบ้านจะใช้หนังสือที่ไหนอ่านทบทวน จะใช้หนังสือที่ไหนเพื่อค้นคว้าเพิ่มเติมและอ่านประกอบการทำการบ้าน

๕.การแจก TABLET เฉพาะนักเรียนชั้น ป.๑ แค่บางโรงเรียนนี้ กระทรวงได้คำนึงถึงผลกระทบทางสังคมที่จะตามมาหรือไม่ เช่น ความรู้สึกของนักเรียนชั้น ป.๒ ถึง ม. ๓ ที่อยู่ในโรงเรียนเดียวกันจะเป็นอย่างไร จะมีความอิจฉาริษยาเกิดขึ้นหรือไม่ จะมีความน้อยเนื้อต่ำใจเกิดขึ้นหรือไม่ จะมีการข่มขู่หรือประทุษร้ายเพื่อแย่งชิง TABLET กันในโรงเรียนหรือไม่ และนักเรียนในเขตชนบทอีกประมาณสามแสนคนนั้นจะคิดอย่างไรต่อการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมนี้

๖.ในกรณีที่มีความเสียหาย หรือชำรุด หรือสูญหายของ TABLET เกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าเป็นความรับผิดชอบของผู้ปกครองแล้วถ้าผู้ปกครองยากจนไม่มีความพร้อมจะทำอย่างไร เด็กที่ไม่มีเครื่อง TABLET ใช้จะเรียนอยู่ในห้องอย่างไร

๗.บริการหลังการขายของเครื่องสี่แสนกว่าเครื่องจะเป็นอย่างไร ผู้ขายจะไปให้บริการถึงโรงเรียน หรือนักเรียนจะต้องนำเครื่องไปกับบริการที่ศูนย์บริการของผู้ขาย และผู้ขายจะมีศูนย์บริการเพียงพอหรือไม่ การซ่อมแต่ละครั้งจะใช้เวลานานแค่ไหน จะมีการคิดค่าซ่อมหรือไม่ ฬครจะเป็นผู้จ่ายค่าซ่อม และผู้ขายจะมีเครื่องให้ใช้สำรองระหว่างการซ่อมหรือไม่ แล้วถ้าไม่มีนักเรียนที่นำเครื่องไปซ่อมจะเรียนอย่างไร   

๘.การที่นักเรียนมี TABLET และต่ออินเตอร์เน็ตได้จะทำให้การลอกการบ้านหรือลอกรายงานง่ายขึ้นแค่การกดปุ่มไม่กี่ปุ่มเท่านั้นและจะเป็นปัญหาใหญ่ของการศึกษา กระทรวงจะแก้อย่างไร

๙.ในกรณีที่ให้นำ TABLET กลับบ้านนั้นผู้ปกครองที่ไม่ค่อยมีความรู้จะควบคุมพฤติกรรมของลูกได้อย่างไร ผู้ปกครองจะรู้ได้อย่างไรว่าการที่ลูกหลานของตนกำลังจดจ่ออยู่กับ TABLET นั้นพวกเขากำลังทำสิ่งที่เป็นประโยชน์หรือโทษ

๑๐.กรณีครูที่ไม่มีความรู้ กระทรวงได้เตรียมการแก้ปัญหาไว้อย่างไร

๑๑.กรณีโรงเรียนขนาดเล็กที่ครู ๑ คนต้องสอนนักเรียน ๒ ระดับเช่น ป.๑ กับ ป.๒โดยสอนในห้องเดียวกันนั้น ครูจะทำอย่างไร เด็ก ป.๒จะคิดอย่างไร จะมีปัญหาที่นำไปสู่ความรุนแรงได้หรือไม่

๑๒.กระทรวงจะทำอย่างไรถ้ามีลูกคนรวยที่มีเครื่องคุณภาพดีกว่านี้แล้วขอนำเข้ามาใช้แทนเครื่องที่รัฐบาลแจก แล้วถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะเกิดการเลียนแบบกัน นักเรียนก็ที่มีฐานะดีจะไปร้องขอให้ผู้ปกครองซื้อเครื่องที่ดีกว่ามาใช้ ส่วนนักเรียนที่มีฐานะไม่ดีก็จะเกิดปมด้อยขึ้น เหมือนปัญหาโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน

๑๓.กระทรวงศึกษาจะใช้เวลานานเท่าไรในการที่จะประเมินผลการใช้ TABLET ว่าได้ประโยชน์มากกว่าโทษ และคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป แล้วถ้าผลออกมาตรงกันข้ามกระทรวงจะดำเนินการอย่างไร

๑๔.เมื่อครบ ๑ ปีแล้วแบตเตอรีเสื่อมลง ใครจะเป็นผู้ซื้อแบตเตอรีใหม่ให้นักเรียน ซื้อจากใคร ในราคาเท่าไร ถ้าต้องซื้อจากผู้ที่เป็นผู้ขายตัวเครื่องเท่านั้นก็จะเป็นการผูกขาดที่ผู้ขายสามารถกำหนดราคาได้ตามอำเภอใจใช่หรือไม่ และในข้อเท็จจริงเมื่อเวลาผ่านไปอีก ๑ หรือ ๒ ปีราคาของแบตเตอรีควรจะถูกลงกว่าราคาในวันที่ประมูลใช่หรือไม่

๑๕.กรณีที่นักเรียนนำ TABLET กลับบ้านนั้น เด็กอยู่แค่ชั้น ป.๑ จะรับผิดชอบดูแลเครื่อง TABLET นี้ได้หรือไม่ ถ้าเกิดปัญหามิจฉาชีพคอยทำร้ายเด็กเพื่อชิง TABLET จากเด็กจะทำอย่างไร

     ๑๖.ถ้าเกิดกรณีที่มีบางโรงเรียนที่ครูใช้ TABLET ไม่เป็นและไม่กล้าใช้ จนไม่นำ TABLET มาเป็นเครื่องมือในการสอน แต่เก็บไว้เฉยๆแล้วใช้การสอนแบบเดิม กระทรวงจะทำอย่างไร

     ๑๗.ถ้าเครื่องมีปัญหาจากโรงงาน และเป็น ปัญหาที่เกิดกับทุกเครื่อง กระทรวงจะทำอย่างไร ถ้าเครื่องใช้ไม่ได้พร้อมกันนักเรียนจะใช้อะไรเป็นสื่อในการเรียนเพราะแทบไม่มีหนังสือแล้ว

     ๑๘.ถ้าเครื่องมีอายุการใช้งานแค่ ๓ ปีก็แสดงว่าเมื่อเด็ก ป.๑ ชุดนี้ขึ้น ป.๔ กระทรวงก็จะต้องซื้อ TABLET เครื่องใหม่ให้กับพวกเขาแล้วทิ้งเครื่องเก่าไป ก็จะเท่ากับว่า TABLET ที่แจกเด็ก ป.๑นี้ไม่ใช่การให้ยืมแต่เป็นการให้ไปเลยใช่หรือไม่ เพราะอีก ๓ ปีเครื่องเก่าก็ต้องทิ้งโดยไม่ต้องนำมาคืนแล้วรับเครื่องใหม่ไป

      ๑๙.การเสื่อมของเครื่องและแบตเตอรีนั้นจะไม่ใช่เป็นการเสื่อมครั้งเดียวแล้วพังไปเลย คือไม่ใช่ว่าเครื่องจะมีประสิทธิภาพดี ๑๐๐% ตลอด ๓ ปีแล้วปีที่ ๔ พังไปเลย แต่ลักษณะของเครื่องและแบตเตอรีจะค่อยๆเสื่อมลงจนใช้การไม่ได้ในที่สุด ดังนั้นในช่วงปีที่ ๓ เครื่อง TABLET แต่ละเครื่องจะมีปัญหามากจนขัดขวางการเรียนการสอนได้แล้วกระทรวงจะทำอย่างไร

       ๒๐.กระทรวงทราบหรือไม่ว่าโรงเรียนชื่อดังมากและมีนักเรียนระดับหัวกะทิทั้งนั้นที่เรียนอยู่ และโรงเรียนนี้ได้แจกโน้ตบุ๊คให้กับนักเรียน ปรากฏว่านักเรียนเกือบทั้งหมดนำไปเล่นเกมที่หอตอนกลางคืน

       ๒๑.กระทรวงเคยศึกษาหรือไม่ว่าระหว่างการใช้ e-book กับหนังสือปกตินั้นอะไรใช้ง่ายกว่ากัน และอะไรจะก่อให้เกิดการรักอ่านมากกว่ากันเพราะ e-book นั้นเปิดได้ทีละ ๑ หน้า แต่หนังสือนั้นเปิดเพื่อค้นคว้าได้ที่ละหลายหน้าและหลายเล่ม และหนังสือปกตินั้นอ่านที่ไหนก็ได้ อ่านในกิริยาท่าทางอย่างไรก็ได้ แต่ e-book ทำไม่ได้

      ๒๒.TABLET ที่มีประสิทธิภาพเท่ากันนี้สามารถผลิตในเมืองไทยได้หรือไม่ และราคาจะถูกกว่าหรือไม่

      ๒๓.เมื่อ TABLET เครื่องนี้ถูกกำหนดให้ใช้กับอินเตอร์เน็ตได้ ใครจะเป็นผู้จ่ายค่าใช้บริการ และใครจะเป็นผู้ได้ประโยชน์

ผลสำรวจ: คน ๙๔% ไม่เห็นด้วยกับการแจกTABLETให้ ป.๑

       จากการที่ผมได้ทำการสำรวจเรื่องความเห็นที่มีต่อการแจกTABLET ให้กับเด็ก ป.๑ และวัตถุประสงค์ในการใช้คอมพิวเตอร์ของนักเรียน โดยสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง ๔๐๗ คน โดยผู้ถูกสำรวจประกอบไปด้วย นิสิตจุฬาฯ นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดม นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นักเรียนโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ครู นักเรียน และผู้ปกครองอีกจำนวนหนึ่ง โดยใช้วิธีการสัมภาษณ์โดยตรง ผลปรากฏว่า

ร้อยละ ๙๔.๑๐ ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลจะแจก TABLET ให้กับเด็ก ป.๑ โดยส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า เด็ก ป.๑ นั้นเด็กเกินไป ไม่จำเป็นและไม่ควรจะต้องใช้ TABLET และการนำมาใช้จะสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์ และการแจกไม่ครบทุกคนก็เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรม

     และพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ของผู้ถูกสำรวจคือ

   ใช้เพื่อการบันเทิง(เล่นเกม,facebook,chat,ดูหนัง,ฟังเพลง) ร้อยละ ๗๔.๘๘ ของเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด โดยเวลาส่วนใหญ่จะเล่นเกม และ facebook ส่วนเกมที่ยอดฮิตคือ angry bird

    ใช้เพื่อการศึกษาค้นคว้ารอยละ ๒๕.๑๒ ของเวลาที่ใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด

    ผลสำรวจนี้ชี้ให้เห็นชัดว่าเยาวชนไทยใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตไปในทางที่ขัดขวางการศึกษาเรียนรู้มากกว่าการใช้เพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ ดังนั้น ณ ขณะนี้ ด้วยการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตแบบนี้การไม่มีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตจะทำให้การศึกษาของชาติมีคุณภาพกว่านี้

     แต่ถ้าเราจำเป็นจะต้องเดินไปตามกระแสโลกเราก็จะต้องสร้างความพร้อมให้เยาวชนในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตให้มากกว่านี้ ซึ่งอายุและวุฒิภาวะก็เป็นสิ่งสำคัญ และเรายังจะต้องมีมาตรการอีกมากมายเช่นการบล็อคเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม การไม่ปล่อยให้เยาวชนอยู่กับคอมพิวเตอร์ตามลำพัง และการตรวจสอบการใช้งานโดยผู้ปกครองที่เข้มงวดเป็นต้น

 

                                      การแจกแท็บเล็ทในอเมริกา

    จากการศึกษาข้อมูลการแจกและการใช้แท็บเล็ทของโรงเรียนรัฐบาลในประเทศอื่นๆพบว่า ที่เมืองซานดิเอโก  รัฐแคลิฟอร์เนียนั้น เขาแจกแท็บเล็ทให้กับนักเรียนเกรด ๖ หรือ ป.๖ โดยเครื่องแท็บเล็ทดังกล่าวนั้นนักเรียนไม่สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในแท็บเล็ทได้เลย การลงโปรแกรมใดๆเพิ่มเติมจะต้องให้ครูเป็นผู้กระทำให้เท่านั้น เพื่อป้องกันเด็กนำเอาโปรแกรมที่ไม่พึงประสงค์มาใช้กับเครื่อง และการเข้าอินเตอร์เน็ตนั้นจะต้องเข้าผ่านเซิร์ฟเวอร์ของโรงเรียนเท่านั้น ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวได้คัดกรองเว็บไซต์ที่เหมาะสมสำหรับเด็กไว้แล้ว และผู้ปกครองสามารถตรวจสอบประวัติการใช้เว็บไซต์ของเด็กได้ตลอดเวลา

    ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าแม้ในประเทศที่เราเรียกเขาว่าเจริญแล้ว เขายังมีความระมัดระวังเป็นอย่างมากในการใช้แท็บเล็ทของนักเรียน โดยกำหนดทั้งช่วงอายุของด็ก โปรแกรมที่เด็กจะใช้ได้ และเว็บไซต์ที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งถ้าประเทศของเราจะทำอย่างที่รัฐบาลประกาศไว้ก็น่าที่จะสร้างผลเสียเป็นอย่างใหญ่หลวงที่แม้แต่อเมริกายังไม่กล้าเผชิญเลย

 

  ผมอยากให้พวกเราช่วยกันตั้งคำถามครับ แล้วส่งมาที่ ขอบคุณครับ

 

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ทันข่าว 24 ชั่วโมง