|
นี่คือส่วนหนึ่งของบทความชุด การศึกษาอุบาทว์ ชาติวิบัติ  การตีเด็กควรเป็นทางเลือกหนึ่งในการทำโทษเด็ก “ไม้เรียว สร้างรัฐมนตรี” นั้นแป็นคำพูดที่ได้ยินมานานแสนนานและความหมายของมันก็คือ การตีเด็กของคุณครูนั้นเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้เด็กเป็นคนที่มีคุณภาพได้
แต่ปัจจุบันโรงเรียนไม่สามารถตีเด็กได้แล้ว เพราะเป็นกฎของกระทรวงศึกษาธิการที่ห้ามครูตีเด็กตั้งแต่สมัยรัฐมนตรีศึกษาฯชื่อ สมศักดิ์ ปริศนานันธกุล การยกเลิกการตีเด็กคงเป็นการมองมุมที่เป็นผลเสียของมันเป็นหลัก เช่น ครูชอบตีเด็กด้วยอารมณ์, ตีอย่างไร้เหตุผล,ตีโดยขาดการไต่สวนพิจารณาโทษที่ถูกต้อง ทำให้มีบางครั้งมีการตีเด็กจนถึงขั้นบาดเจ็บ แต่หลังจากการยกเลิกการตีเด็กเป็นต้นมา ก็เกิดปัญหาใหญ่ขึ้น ซึ่งดูจะใหญ่กว่าปัญหาที่เกิดจากการตีเด็กเป็นอย่างมาก ปัญหานั้นก็คือ ครูขาดอำนาจการต่อรองกับเด็ก เด็กที่ประพฤติดีๆนั้นตีหรือไม่ตีก็ไม่มีปัญหา เพราะยังไงเขาก็ไม่โดนตีอยู่แล้ว แต่เด็กดื้อ, เด็กมีปัญหานี่สิเรื่องใหญ่ ให้เรียนก็นั่งคุย ทำตัวป่วนในห้องเรียน ให้ทำการบ้านก็ไม่ทำ ขาดเรียนหรือโดดเรียนก็บ่อย ติด ๐ ติด ร.ก็ไม่มาแก้ไข เด็กบางคนอยู่ม.๓ ติด ๐ ติด ร.เกือบ ๒๐ วิชา เจ้าตัวเองยังจำไม่ได้เลยว่ามีวิชาอะไรบ้าง เรียกผู้ปกครองมาพบก็ไม่มา คะแนนความประพฤติก็ไม่เหลือให้หักแล้ว ครูเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาอำนาจต่อรองอะไรไปใช้กับเด็กกลุ่มนี้ ท้ายที่สุดก็ต้องปล่อยเลยตามเลย เด็กกลุ่มนี้ก็ไม่ได้รับการพัฒนา ต้องออกกลางคัน และจะออกไปสร้างปัญหาให้สังคมอย่างไม่หยุดหย่อน นี่ถ้าครูยังตีเด็กได้ เด็กกลุ่มนี้น่าที่จะถูกกำราบตั้งแต่ต้นก่อนที่ความดื้อด้านจะฟักตัวเติบใหญ่จนแก้ไขไม่ได้แบบนี้ เชื่อว่าครูเกือบทุกคนคงยืนยันได้ว่าหลังจากการห้ามตีเด็กเป็นต้นมานั้น เด็กมีความประพฤติและผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนที่ต่ำลง นี่น่าจะเป็นปัญหาของการแก้ปัญหาแบบไม่รู้จริง หรือเป็นการแก้ปัญหาแบบเห็นข้อเสียบางส่วนก็เลยโยนมันทิ้งทั้งหมดเลย ในเมื่อการตีเด็กนั้นมีทั้งข้อดีข้อเสีย และการยกเลิกการตีเด็กนั้นก็ก่อปัญหามากมาย ทำไมเราไม่กลับมาใช้การตีเด็กเป็นวิธีการหนึ่งในการลงโทษเด็ก ผมย้ำว่าเป็นวิธีการหนึ่งในการลงโทษเด็ก ผมขอย้ำอีกทีว่าเป็นวิธีการหนึ่งในการลงโทษเด็กเท่านั้น ด้วยการกำหนดวิธีการที่ป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียขึ้นดังนี้ 1. ครูต้องไม่ตีเด็กด้วยความโกรธ 2. ครูต้องไม่ตีเด็กโดยขาดการไต่สวนและขาดวิธีสืบหาความผิดที่ถูกต้อง และควรมีครูคนอื่นเป็นคณะกรรมการไต่สวนด้วย 3. ครูต้องตีเด็กด้วยไม้เรียวที่เป็นมาตรฐาน ไม่ใช่หาอะไรเจอก็เอามาตี 4. ครูต้องตีเด็กด้วยจำนวน,ความแรงและท่าตีที่กำหนดให้ 5. ครูต้องตีเด็กที่ตำแหน่งของร่างกายที่กำหนดไว้เท่านั้น 6. ครูต้องตีเด็กที่นักเรียนยอมรับความผิดแล้วเท่านั้น ถ้าไม่ยอมแต่เด็กมีความผิด ก็ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง แต่ถ้าผู้ปกครองไม่ยอมก็ให้กรรมการวินัยชุดใหญ่ของโรงเรียนเป็นผู้ชี้ขาด เป็นต้น การกำหนดเช่นนี้ก็น่าจะป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากการตีเด็กได้ และคงไว้แต่มุมดีๆที่จะสามารถดูแลเด็กๆที่มีปัญหาที่เกิดจากสังคมที่เสื่อมลงเรื่อยๆได้ และทั้งหมดนี้ก็เพื่อตัวพวกเขาเอง ครอบครัว และประเทศชาติ พอกันทีเถิดครับกับการกอดอุดมคติหรือปรัชญาฝรั่งไว้อย่างไม่ลืมหูลืมตา โดยไม่มองบริบทของสังคม และสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญอยู่ กรุณาส่งต่อและติดตามบทความอื่นๆได้ที่ fanpage การศึกษาอุบาทว์ ชาติวิบัติ |