ในการแข่งขันกีฬาแต่ละครั้งนั้นเราจะได้เห็นภาพนักกีฬาที่ได้เหรียญโดยเฉพาะเหรียญทองเดินทางกลับมาอย่างวีรบุรุษ มีรถแห่รอบเมืองอย่างสมเกียรติ,ชื่อเสียงเกียรติยศ และเงินรางวัลอีกมากมาย ในขณะที่นักกีฬาที่ไม่ได้เหรียญก็จะเดินทางกลับมาอย่างเงียบเชียบแทบไม่มีใครเห็นหรืออาจจะโดนตำหนิติเตียนต่างๆ นาๆ
จะมีใครสักคนคิดบ้างไหมว่านักกีฬาเหรียญทองที่ท่านชื่นชมบางคนอาจจะเป็นคนที่ไม่เคยขยันซ้อม,ทำผิดวินัยตลอด,ไม่เคยเชื่อฟังโค้ช,ก้าวร้าว,หยิ่งผยอง แต่ที่ได้เหรียญกลับมาเป็นเพราะโชคช่วยหรือบังเอิญได้แข่งกับนักกีฬาที่อ่อนกว่าเท่านั้นเอง ในทางกลับกันนักกีฬาบางคนที่ไม่ได้เหรียญกลับมาอาจจะเป็นคนที่มุ่งมั่น,ขยันและทุ่มเทกลับการฝึกซ้อมอย่างไม่มีที่ติ,ทำทุกอย่างที่โค้ชบอกแต่ที่ไม่ได้เหรียญเพราะอาจจะโชคร้ายก็ได้ ปัญหามันเกิดจากการที่เราตัดสินนักกีฬาด้วยผลของการแข่งขัน ไม่ได้ตัดสินกันที่ความพยายามหรือความทุ่มเทหลายๆปีก่อนการแข่งขัน ไม่ได้ตัดสินกับการมีน้ำใจนักกีฬา ไม่ได้ตัดสินกันที่มารยาทในการแข่งขัน ไม่ได้ตัดสินกันที่จิตใจที่ทรหดอดทนของเขา แต่ตัดสินกันที่ผลของการแข่งขันในเสี้ยววินาทีเท่านั้น สมาคมกีฬาต่างๆก็มุ่งที่จะออกกฏกติกาให้กีฬาของตนตื่นเต้น สนุกสนานให้เป็นที่นิยมเพื่อจะได้นำมาซึ่งผลประโยชน์มหาศาลโดยใส่ใจในความเป็นธรรมของกติกานั้นๆน้อยมากนี่ยังไม่รวมถึงการพยายามขายเซ็กส์ในกีฬา เช่นวอลเลย์บอลชายหาด ซึ่งนึกไม่ออกว่าทำไมต้องบังคับให้นักกีฬาหญิงต้องใส่ชุดบิกินี่ทูพีซตัวจิ๋ว ที่โชว์สัดส่วนอร่างฉ่างขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่ความตั้งใจที่เอาเซ็กส์มาดึงดูดเท่านั้น เมื่อค่านิยมเป็นอย่างนี้เราจึงได้เห็นความพยายามที่จะทำทุกอย่างเพียงเพื่อชัยชนะเท่านั้น การโด๊ปยา, การโกงทั้งตัวนักกีฬาและกรรมการ,การไร้มารยาทและน้ำใจในการแข่งขันไม่เพียงนักกีฬาเท่านั้นกองเชียร์เองก็หนักไม่แพ้กันเราจึงได้เห็นกองเชียร์ยกพวกตีกันทั้งๆที่มีคนเคยบอกว่ากีฬาเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความสามัคคี, บางทีเราก็ได้เห็นประชาชนของประเทศสองประเทศกลายเป็นคู่อริกันเพียงเพราะการแข่งขันนัดใดนัดหนึ่ง เวลานักกีฬาของเราโดนรังแกก็ตะโกนว่า”ราวี” แต่พอนักกีฬาของเราไปเตะเขาล้มลงไปก็ตะโดนว่า”สำออย” หรือแม้แต่คำว่า”ฆ่ามัน”ก็ได้ยินอยู่บ่อยๆไม่เพียงนักกีฬาเท่านั้นกองเชียร์เองก็หนักไม่แพ้กันเราจึงได้เห็นกองเชียร์ยกพวกตีกันทั้งๆที่มีคนเคยบอกว่ากีฬาเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความสามัคคี, บางทีเราก็ได้เห็นประชาชนของประเทศสองประเทศกลายเป็นคู่อริกันเพียงเพราะการแข่งขันนัดใดนัดหนึ่ง เวลานักกีฬาของเราโดนรังแกก็ตะโกนว่า แต่พอนักกีฬาของเราไปเตะเขาล้มลงไปก็ตะโดนว่า”สำออย” หรือแม้แต่คำว่า”ฆ่ามัน”ก็ได้ยินอยู่บ่อยๆ เมื่อเรามองกีฬาเพียงแค่ผลของการแข่งขันเท่านั้น ทำให้เกิดผลเสียอีกอันหนึ่งของกีฬาตามมาก็คือการพนัน ซึ่งปัจจุบันการพนันกีฬาโดยเฉพาะการพนันฟุตบอลได้เข้าไปทำลายเยาวชนและคนไทยทั่วๆไปจำนวนมาก ทั้งหมดที่ผิดเพี้ยนไปจากเจตนารมย์เดิมของกีฬาก็เพียงเพราะเราไปมุ่งมั่นกับผลของการแข่งขันมากกว่ากระบวนการตั้งแต่การเตรียมตัวไปจนถึงเวลาแข่งขัน รีบเปลี่ยนความคิดและค่านิยมนี้เสียเถอะก่อนที่กีฬาจะเป็นเพียงแค่เครื่องมือที่พามนุษย์ในยุคดิจิตัลให้ย้อนกลับไปสู่ยุคป่าเถื่อนดึกดำบรรพ์เหมือนเมื่อหลายหมื่นปีก่อนเท่านั้นเอง |