คนเรานั้นแม้เห็นสิ่งเดียวกันแต่อาจจะมีความรู้สึกหรือการปฏิบัติต่อสิ่งนั้นต่างกัน เช่นเมื่อได้เห็นเด็กน้อยร้องไห้ บางคนจะสงสาร บางคนจะรำคาญ บางคนจะเครียด หรือบางคนอาจจะรู้สึกมีความสุข การที่คนแต่ละคนคิดหรือปฏิบัติต่อสิ่งเดียวกันต่างกันเพราะคนแต่ละคนนั้นมีกรอบความคิดที่ต่างกัน กรอบความคิดนี้เกิดจากการที่คนได้สั่งสมประสบการณ์มาตั้งแต่เกิด แต่คนแต่ละคนก็จะมีประสบการณ์ที่ต่างกัน ทำให้มีกรอบความคิดต่างกัน ส่วนกรอบความคิดที่เหมือนๆกันและเป็นส่วนใหญ่ของคนในสังคมจะเรียกว่าค่านิยมของสังคมนั้น
การที่คนเรามีรสนิยมที่แตกต่างกันในเรื่อง เช่นสไตล์การแต่งตัว, รสชาดอาหารหรือสีสันต่างๆนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อความสงบในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม แต่ถ้าเรามีค่านิยมที่แตกต่างกันมากๆในเรื่องการตัดสินความดีความเลว หรือเรื่องคุณธรรมจริยธรรม แล้วจะทำให้สังคมปั่นป่วน ลองนึกถึงภาพที่เราจะต้องอยู่ร่วมกับคนที่มีค่านิยมว่าความรวยเป็นเรื่องสำคัญที่สุดไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใด จะปล้นฆ่าหรือฉ้อโกงมาก็ไม่สำคัญ แล้วเราจะอยู่ในสังคมนี้อย่างไร หรือถ้าเด็กมีค่านิยมว่าการเรียนนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ การเล่น,การเที่ยว,การเล่นเกมส์ หรือเรื่องชู้สาวเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า แล้วอนาคตประเทศจะเป็นอย่างไร  ในเมื่อค่านิยมไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ แต่เกิดขึ้นจากการกระทำของสภาพแวดล้อมแล้ว ฉะนั้นเรามาช่วยกันกำหนดสภาพแวดล้อมที่ถูกต้อง เพื่อค่านิยมที่ถูกต้อง และความผาสุขของตัวเราและประเทศชาติกันเถิด “สภาพแวดล้อมดี คนดี สังคมดี” |