|
ห้องเรียนพิเศษกับชนชั้นวรรณะในโรงเรียน |
|
|
|
ทุกวันนี้ดูจะเป็นกระแสนิยมโดยเฉพาะที่โรงเรียนใหญ่ๆ โรงเรียนดังๆ จะมีการจัดให้มีนักเรียนห้องเรียนพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียนภาษาอังกฤษ( English program ) หรือห้องเรียนสำหรับนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ ( gifted child ) โรงเรียนละหนึ่งถึงสองห้อง ฟังผ่านๆแล้วดูดีที่จะเห็นเยาชนของเราจะได้เรียนหนังสืออย่างเข้มข้นในวิชาที่ตนเองสนใจ และในวิชาที่ตัวเองมีความเชี่ยวชาญหรือมีความถนัด ประเทศจะได้มีผู้ที่เก่งเฉพาะด้านมากขึ้น
แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่เป็นอย่างนั้น
แทนที่เราจะได้เห็นเด็กนักเรียนห้องเรียนพิเศษ จะได้เรียนในห้องเรียนเช่นเดียวกับนักเรียนห้องเรียนปรกติ แทนที่เราจะได้เห็นเด็กนักเรียนห้องเรียนพิเศษ จะมีกฎระเบียบในการปฏิบัติตน เช่นเดียวกับนักเรียนในห้องเรียนปรกติ แทนที่เราจะได้เห็นนักเรียนห้องเรียนพิเศษได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับนักเรียนในห้องเรียนปรกติ จะต่างกันเฉพาะที่หลักสูตรหรือความเข้มข้นของหลักสูตรเท่านั้น  เรากลับได้พบสิ่งเหล่านี้ นักเรียนห้องเรียนพิเศษได้เรียนในห้องแอร์เย็นฉ่ำตลอดเวลา ในขณะที่นักเรียนในห้องเรียนปรกติ ต้องเรียนในห้องที่ร้อนและอบอ้าวทั้งวัน นักเรียนห้องเรียนพิเศษไว้ผมยาวได้ แต่นักเรียนห้องเรียนปรกติต้องแต่งกายตามระเบียบเป๊ะ นักเรียนห้องเรียนพิเศษมีอภิสิทธิ์มากมาย ที่นักเรียนในห้องเรียนปรกติไม่มี ห้องเรียนพิเศษมีนักเรียนไม่เกิน 35 คนต่อห้องเรียน แต่ห้องเรียนปรกติต้องอยู่ในบรรยากาศปลากระป๋องห้องเรียนละกว่า 60 คน เราไม่ได้แยกแยะนักเรียนห้องเรียนพิเศษกับห้องเรียนปรกติด้วยความสามารถและความสนใจเท่านั้น เรากลับแยกเขาด้วย”เงินและฐานะของผู้ปรกครอง” เพราะนักเรียนห้องเรียนพิเศษจะต้องเสียค่าเทอมแพงกว่านักเรียนห้องเรียนปรกติประมาณ 10 เท่า นักเรียนบางคนมีความสามารถสูง สามารถสอบเข้าห้องเรียนพิเศษได้ แต่ผู้ปกครองไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม จึงต้องน้ำตาตกไปเรียนห้องเรียนปรกติ นี่เรากำลังอยู่ในสังคมเช่นใดกันแน่ สังคมที่แบ่งแยกคนด้วยฐานะหรือ สังคมที่ให้อภิสิทธิ์กับผู้มีเงินเท่านั้นหรือ เด็กเขาจะคิดอย่างไร เด็กห้องเรียนปรกติก็จะรู้สึกมีปมด้อยเพราะโดนเลือกปฏิบัติ นักเรียนห้องเรียนพิเศษก็จะเหลิงกับความเป็นอภิสิทธิ์ชนของตนเอง อย่าว่าแต่เด็กๆเลย แม้แต่ครูเองก็แตกแยก ครูห้องเรียนพิเศษกับครูห้องเรียนปรกติกลายเป็นคนที่อยู่กันคนละชนชั้น เราไม่เถียงหรอกว่าวัตถุประสงค์นั้นดี แต่การปฏิบัติเช่นนี้มีปัญหามากกว่าประโยชน์ กลับใหม่เถิด ขอให้ห้องเรียนพิเศษนั้นมีจำนวนนักเรียนเท่ากับห้องเรียนปรกติ , เรียนในห้องเรียนเหมือนกัน ,มีกฎระเบียบเช่นเดียวกัน ต่างกันที่หลักสูตร และความเข้มข้นของการเรียนนั้นพอแล้ว อยากเก็บค่าเรียนสูงๆก็ไม่เป็นไร แต่ต้องหาทางออกให้นักเรียนที่มีความพร้อมทางด้านปัญญาแต่พ่อแม่ไม่มีความพร้อมด้วย แก้ไขเสียก่อน ก่อนที่ทุกอย่างจะถลำลึกไปกว่านี้ แต่ถ้าอยากถือปฏิบัติให้แตกต่างกันแบบนี้ ก็ให้แยกโรงเรียนไปเลย เป็นโรงเรียนพิเศษ กับโรงเรียนปรกติ ปัญหาจะได้จบ |