Home Hot Line : 0-850-911-999 E-mail : buildingthailand@hotmail.com

ค้นหาในเว็บ...

Home
รวมข่าวทั้งหมดที่แปล
WebBoard
ลงชื่อฟ้องศาลปกครอง
ดาวน์โหลด E-leaning ฟรี!
ระบบแอดมิชชั่นส์
Contact Us
Links
การเข้าสู่ระบบ
ชื่อผู้ใช้

รหัสผ่าน

จำข้อมูลการล็อกอิน
ลืมรหัสผ่าน?
ยังไม่ได้ลงทะเบียน? ลงทะเบียนใหม่
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด

วิธีสังเกตว่าโรงเรียนไหนมีการทุจริต พิมพ์ ส่งเมล

ถ้าท่านอยากรู้ว่าโรงเรียนไหนมีการรับฝากเด็กหรือรับแป๊ะเจี๊ยะ ให้สังเกตุง่ายๆ ดังนี้ 

การเฝ้าระวังและร่วมตรวจสอบของประชาชน

เพื่อให้การรับนักเรียนเป็นไปด้วยความยุติธรรม

   แม้ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะได้กรุณาออกระเบียบให้การรับนักเรียนในปี 2550 นี้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้วก็ตาม  แต่จากการที่การฝากเด็กเป็นการกระทำที่ทำกันมาเป็นระยะเวลานาน  ทำให้ผู้ปกครองบางส่วนและผู้มีอำนาจในพื้นที่บางคนที่ยังไม่ทราบข้อมูลยังพยายามที่จะฝากเด็กเหมือนเดิม 

   ฉะนั้นเพื่อให้การรับนักเรียนเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมจึงต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปในการที่จะช่วยกันตรวจสอบ  และทำการแจ้งเบาะแส หรือร้องเรียน หรือฟ้องร้องในกรณีที่พบการกระผิดทำดังต่อไปนี้

    1.เมื่อพบว่าโรงเรียนใดมีการรับฝากเด็ก

    2.เมื่อพบว่าโรงเรียนใดมีการรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ

    3.เมื่อพบว่าโรงเรียนใดมีการรับนักเรียนในสัดส่วนความสามารถพิเศษ  แต่นักเรียนคนที่รับมาไม่มีความสามารถพิเศษตามที่อ้าง  เช่นถ้ารับมาโดยอ้างว่าเป็นนักเรียนที่มีความสามารถพิเศษคือเป็นนักว่ายน้ำ  แต่เด็กคนนั้นกลับว่ายน้ำไม่เป็นหรือว่ายน้ำไม่เก่ง

    4.เมื่อพบว่าโรงเรียนใดมีการรับนักเรียนในสัดส่วนผู้มีอุปการคุณอันยาวนาน ขอให้ตรวจสอบว่าผู้มีอุปการคุณนั้นได้อุปถัมภ์โรงเรียนมายาวนานจริงหรือไม่  หรือเป็นผู้บริจาคที่ดินสร้างโรงเรียนหรือเปล่า และแม้ว่าจะเป็นผู้บริจาคที่ยาวนานจริง นักเรียนที่รับเข้ามาจะต้องเป็นผู้ที่เกี่ยวพันธ์กับผู้มีอุปการคุณนั้นๆ  ไม่ใช่เป็นแค่คนที่ผู้อุปการคุณฝากมาเท่านั้น

    5. เมื่อพบว่าโรงเรียนใดมีการรับนักเรียนรอบสอง  แต่การรับนั้นไม่ได้รับจากนักเรียนที่ติดสำรองจากการสอบหรือการจับสลากในครั้งแรก

    6.เมื่อพบว่าโรงเรียนใดมีการรับนักเรียนเกิน 45 คนต่อห้องเรียน  โดยที่โรงเรียนในเขตพื้นที่เดียวกันมีนักเรียนไม่เกิน 45 คนต่อห้องเรียน เพราะการมีนักเรียนต่อห้องเรียนเกิน 45 คนจะทำให้การเรียนการสอนมีคุณภาพต่ำมาก

    7.เมื่อพบว่าหลังจากการรับนักเรียนทั้งหมดแล้วสัดส่วนนักเรียนทั้งหมดไม่ตรงตามประกาศของกระทรวง คือจับสลากร้อยละ 50 และสอบร้อยละ 50

    8.เมื่อพบว่ามีการรับนักเรียนเพิ่มเมื่อเปิดเทอมแล้ว หรือรับกลางเทอม

    9. เมื่อพบว่าเมื่อรับนักเรียนเสร็จสิ้นแล้ว มีจำนวนนักเรียนทั้งหมดมากกว่า จำนวนนักเรียนที่สอบได้รวมกับนักเรียนที่จับฉลากได้  

   10. มีนักเรียนที่ไม่ปรากฏชื่ออยู่ในบัญชีที่สอบได้หรือบัญชีผู้จับฉลากได้(หรือบัญชีความสามารถพิเศษ(ถ้ามี))  มาเข้าเรียน

ถ้าพบหลักฐานดังกล่าว ขอให้ท่านร้องเรียนที่กระทรวงศึกษาฯ หรือที่ชมรมของเรา

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
ทันข่าว 24 ชั่วโมง