|
ข้อสอบO-NET ปี50 วิชาภาษาอังกฤษและวิทย์ที่ยอดแย่ |
|
|
โดยข้อเท็จจริงแล้วข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นมีผลต่อแนวทางการศึกษาของชาติเป็นอย่างมาก เพราะข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเป็นตัวกำหนดแนวทางการศึกษาให้ไปในทางใดทางหนึ่ง แต่ปัญหาที่เราพบมาตลอดก็คือ ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้นบางส่วนคุณภาพต่ำมาก เช่น มีความยากเกินระดับที่สอนกันอยู่ในห้องเรียน ทำให้เด็กต้องไปกวดวิชา ทำให้เด็กยากจนและเด็กในชนบทเสียเปรียบเด็กในเมือง หรือข้อสอบที่กำหนดแนวทางผิดๆให้การศึกษาของชาติเช่น1.ข้อสอบ O-NET ปี50วิชาภาษาอังกฤษข้อ 27โจทย์สั่งให้หาที่ผิดจากโจทย์The secretary asked the twelve-years-old girl to wait for her mother in the lobby.ซึ่งคำตอบก็คือ
twelve-years-old เพราะ การใช้คำนามเป็นadj.นั้น yearเติมsไม่ได้เห็นหรือยังว่าข้อสอบนี้ไร้คุณภาพอย่างไร?คนไทยนั้นเรียนภาษาอังกฤษกันคนละสิบกว่าปี ผลก็คือส่วนใหญ่ พูดไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่อง และอ่านไม่เข้าใจที่เป็นเช่นนั้นเพราะวิธีการสอนและออกข้อสอบของเรานั้นเน้นไปที่หลักไวยากรณ์(grammer) ทั้งๆที่เราเรียนภาษาอังกฤษไปเพื่อสื่อสารกับคนชาติอื่นให้เข้าใจเท่านั้น เราไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษเพื่อไปเขียนละครแข่งกับเช็คเปียร์สักหน่อย
แล้วทำไมเราถึงต้องสนใจหลักไวยากรณ์กันจนมากมาย จนทำให้การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากเย็นเข็ญใจสำหรับคนส่วนใหญ่ ทั้งๆที่คนที่เขาเป็นเจ้าของภาษาเองเขายังสนใจน้อยกว่าเราเลย ว่ากันว่าถ้าเอาคนอังกฤษกับคนไทยมาสอบข้อสอบไวยากรณ์แข่งกัน คนไทยยังชนะเลย ชนะทั้งๆที่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษถามจริงๆเหอะว่า twelve-years-old กับ twelve-year-old นั้นไม่ว่าจะเขียนอย่างไรมันก็แปลว่าอายุ 12 ปีแล้วจะไปซีเรียสกับมันทำไม ไม่ใช่ว่าพอเติม s แล้วคนจะแปล twelve-years-old ว่าเป็นอายุ 20 ปีก็ว่าไปอย่างลองดูข้อ33.ให้หาที่ผิดเหมือนเดิม Confused by the question which the referee asked, she could not answer it immediate.ตอบ.ที่ผิดคือ immediate เพราะที่ถูกต้องเติม ly เป็น immediatly ปัญหาที่เราอยากถามก็คือในขณะที่นักเรียนไทยไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ฟังไม่รู้เรื่อง พูดไม่ได้ อ่านไม่เข้าใจ เช่นขณะนี้นั้น ควรหรือไม่ที่เราจะมาสนใจไวยากรณ์หยุมหยิมพวกนี้ เพราะถ้าข้อสอบออกมาแบบนี้ โรงเรียนทั่วประเทศก็ต้องสอนแบบนี้ เน้นกันแต่grammar แล้วอีกกี่ชาติเราถึงจะแก้ปัญหาได้คราวนี้ลองมาดูข้อสอบวิทยาศาสตร์ของO-NETปี50บ้างข้อ72. ปรากฏการณ์ใดที่สนับสนุน "ทฤษฎีบิกแบง"ข้อ73. หลังจากเกิดบิกแบงปริมาณอนุภาคกับปริมาณปฏิอนุภาคควรเป็นไปตามข้อใด จงเกิดกาแล็กซี่และดาวต่างๆ ขึ้นดังที่เป็นอยู่ข้อ74. ในวิวัฒนาของดวาฤกษ์ ช่วงเวลาในข้อใดเป็นช่วงเวลาที่สั่นที่สุดข้อ75. ปฏิกิริยาในข้อใดเกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ข้อ76. ดาวฤกษ์ชนิดใดต่อไปนี้มีอุณหภูมิผิวสูงที่สุดข้อ77. ในระบบสุริยะ แถบดาวเคราะห์น้อยอยู่บริเวณใดข้อ78. ข้อใดไม่ได้เกิดจากพายุสุริยะ เห็นข้อสอบแล้วนึกว่าคนออกข้อสอบกำลังพานักเรียนไทยหนีออกจากโลกย้ายไปอยู่ในอวกาศในวันพรุ่งนี้เลย
การข้อสอบเช่นนี้เหมือนกับผู้ออกข้อสอบไม่เข้าใจหลักการเรียนวิทยาศาสตร์เอาเสียเลย เพราะการเรียนวิทยาศาสตร์นั้นไม่ได้เรียนเพื่อท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง พอสอบเสร็จก็ลืมแล้วแต่การเรียนวิทยาศาสตร์ที่ถูกต้องนั้นเขาเรียนเพื่อให้ผู้เรียน เกิดความอยากรู้อยากเห็น,กล้าตั้งคำถาม,สนใจค้นคว้าหาคำตอบและมีความคิดเป็นเหตุเป็นผลแบบวิทยาศาสตร์ โดยความรู้ที่ได้ในการเรียนวิทยาศาสตร์นั้นมีความสำคัญน้อยกว่ากระบวนการการได้มาซึ่งความรู้นั้นๆและที่สำคัญคือขณะนี้ประเทศเรากำลังเผชิญกับปัญหาการขาดความรู้และความคิดแบบวิทยาศาสตร์เพื่อใช้พัฒนาประเทศ เรากำลังมีปัญหาที่คนเอาเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ได้น้อยหรือไปใช้ในทางที่เป็นโทษเสียส่วนใหญ่ กำลังลังมีปัญหาเด็กคิดไม่เป็น เรากำลังมีปัญหามลภาวะ แล้วไอ้คำถามแบบนี้มันเกี่ยวอะไรกับที่ประเทศเราต้องการอยากให้คนที่ออกข้อสอบระดับชาติ เช่นO-NETและA-NET มีความรับผิดชอบและรอบคอบมากกว่านี้ ***** หากท่านเห็นด้วยกับข้อความข้างต้น โปรดช่วยกันเผยแพร่และบอกต่อ เพื่อให้ทุกคนได้รู้ข้อมูลนี้ และท่านสามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแอดมิชชั่นส์ได้ที่เว็บบอร์ดหรือ คลิกที่นี่ ******
|