|
อย่าคิดว่าเงินที่ได้จากแป๊ะเจี๊ยะจะถูกใช้ไปอย่างโปร่งใส |
|
|
เงินที่โกงมาก็จะถูกใช้ไปอย่างโกงๆ คนที่เชื่อว่างูมีพิษจริงแต่งูจะไม่กัดเรา หรือ คนที่เชื่อว่าผีมีจริงแต่ผีจะไม่หรอกเรา หรือ คนที่เชื่อว่าเพื่อนที่เคยโกงคนอื่นมาจะไม่โกงเรา หรือ คนที่เชื่อว่านักการเมืองที่เคยโกงเมื่อวันวานจะไม่โกงในวันนี้ คนกลุ่มนี้แหละคือคนที่เชื่อว่าโรงเรียนมีการเรียกเก็บเงินแป๊ะเจี๊ยะจริง แต่เงินแป๊ะเจี๊ยะนี้จะถูกใช้ไปอย่างโปร่งใสไม่มีคอรัปชั่น
เราเชื่อว่ามาจนถึงทุกวันนี้แล้วคนไทยทุกคนคงเชื่อแล้วว่า ประเทศไทยนั้นมีระบบคอรัปชั่นที่เปิดเผยและทำกันมานานจนคิดว่าการคอรัปชั่นอันนี้เป็นสิ่งที่ถูกต้องไปแล้วคือ การเรียกรับเงินของโรงเรียนเพื่อแลกกับการได้เข้าไปนั่งเรียนของลูกหลานของผู้จ่ายเงินหรือที่เราเรียกกันว่าแป๊ะเจี๊ยะนั่นเอง และเงินแป๊ะเจี๊ยะนี้ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยเลย โรงเรียนใหญ่ๆในกรุงเทพและหัวเมืองใหญ่ๆนั้น ในแต่ละปีได้เงินแป๊ะเจี๊ยะรวมกันไม่ต่ำกว่า 10,000,000.00 ล้านบาท (อ่านว่าสิบล้านบาทถ้วน) ก็ลองคิดดูเล่นๆว่าถ้าโรงเรียนรับฝากเด็กโดยเรียกคนละแค่ 50,000 บาทจำนวนแค่ 200 คนเท่านั้นก็เป็นเงิน 10,000,000.00 แล้ว แต่ข้อเท็จจริงก็คือโรงเรียนดังๆนั้นเรียกกันมากกว่านั้นมาก อัตราการเรียกของโรงเรียนชื่อดังในกรุงเทพนั้นขณะนี้ขั้นต่ำนั้นเรียกกันสูงถึง 100,000.00 บาทแล้ว และจำนวนที่รับก็หลายร้อยคน เพราะคนที่ได้คะแนนสำรองอันดับเป็นพันยังเข้าได้เลย แต่ยังไงก็ตามก็ยังมีคนจำนวนมากที่เห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะพวกเขาเชื่อว่าเงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวทุกบาททุกสตางค์จะถูกใช้ไปในการพัฒนาโรงเรียน ใช้ก้าวหน้าและเป็นประโยชน์กับเด็กๆ เชื่อกันจนถึงขนาดบางคนพูดว่าถ้าไม่มีเงินแป๊ะเจี๊ยะก็จะไม่มีเงินไปพัฒนาโรงเรียน แต่ข้อเท็จจริงที่พบปรากฎว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงนั้นไม่ตรงกัน เพราะเงินที่ได้จากแป๊ะเจี๊ยะนั้นส่วนหนึ่งเท่านั้นที่นำไปใช้พัฒนาโรงเรียน โดยส่วนใหญ่เงินก้อนนี้จะจ่ายผ่านสมาคมผู้ปกครองและครูและสมาคมศิษย์เก่า แต่เงินจำนวนมากถูกใช้ไปในทางที่เรียกได้ว่าเป็นการคอรัปชั่นเงินที่ได้มาจากการคอรัปชั่นอีกทีหนึ่ง เงินจำนวนหนึ่งนั้นเข้ากระเป๋าผู้บริหารโรงเรียน,ผู้บริหารสมาคมฯไปตรงๆแบบไม่ต้องฟอก เงินจำนวนหนึ่งนั้นหัวคะแนนนักการเมืองหักไว้เอง เช่นไปเรียนเงินผู้ปกครองมา 100,000.00 บาท ก็นำมาจ่ายให้โรงเรียนแค่ 50,000.00 บาท ใครจะรู้เพราะการรับแป๊ะเจี๊ยะนั้นไม่มีอัตราแน่นอนว่าจะเรียกเท่าไร หรือแม้ว่าโรงเรียนจะรู้ว่าโดนหัวคะแนนโกงไปก็ทำอะไรไม่ได้เพราะหัวคะแนนนั้นใหญ่จะตายใครๆก็รู้ เงินส่วนหนึ่งจะถูกคอรับชั่นด้วยการหักค่าหัวคิวจากการจัดซื้อจัดจ้างด้วยเงินแป๊ะเจี๊ยะ เช่น เงิน 5,000,000.00 บาทถูกนำไปสร้างสระว่ายน้ำแล้ละก้อ ผู้บริหารจะสามารถหักหัวคิวได้ถึงร้อยละ 20-30 ซึ่งจะเป็นเงินถึง 1-1.5 ล้านบาทเพราะการจัดซื้อจัดจ้างด้วยเงินนอกระบบนี้จะไม่ถูกตรวจสอบโดยสตง. (สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน) ฉะนั้นมันจึงยักยอกกันได้อย่างสบาย นี่ยังไม่นับรวมถึงว่าเงินแป๊ะเจี๊ยะดังกล่าวยังถูกนำไปใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์น้อยเพราะไม่ต้องผ่านการกลั่นกรองถึงความสมเหตสมผลของงบประมาณเหมือนงบทางราชการ เงินแป๊ะเจี๊ยะจำนวนหนึ่งจึงถูกนำไปใช้สร้างสิ่งไร้ประโยชน์ เช่น หอเกียรติยศ ป้ายโรงเรียน ติดแอร์และปูพรมห้องผู้บริหาร ใช้ไปดูงานต่างประเทศ ฯลฯ ถ้าใครไม่เชื่อว่ามีการคอรัปชั่นเงินแป๊ะเจี๊ยะก็ลองคิดง่ายๆว่า ขนาดเงินงบประมาณที่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทั้งจาก สตง. และ ปปช. นั้น บ้านเรายังมีการคอรัปชั่นกันเกลื่อนเมืองจนประเทศจะเหลือแต่กระดูกอยู่แล้ว นับประสาอะไรกับเงินแป๊ะเจี๊ยะที่ไม่มีการตรวจสอบทั้งที่มาและที่ไป คิดผิดคิดใหม่ได้นะ |